คนที่มีรถยนต์ทุกคนจะต้องรู้กันก่อนเลยว่า พ.ร.บ. รถยนต์ จะถือเป็นสิ่งที่รถยนต์ทุกคันจำเป็นต้องมี เพราะเป็นสิ่งที่จะช่วยคุ้มครองผู้ใช้รถใช้ถนนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองผู้เอาประกัน คุ้มครองคู่กรณี หรือบุคคลรอบข้างที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ดังนั้น พ.ร.บ. รถยนต์จะต้องห้ามขาดโดยเด็ดขาด เมื่อ พ.ร.บ. รถยนต์ใกล้หมดจะต้องรีบไปต่อในทันที เพื่อป้องกันการเกิดความเสี่ยงต่าง ๆ แต่จะมีความเสี่ยงในด้านใดบ้าง ไปดูกันเลย
ไขข้อสงสัย พ.ร.บ. รถยนต์ขาดได้กี่วัน?
ถือเป็นอีกหนึ่งข้อสงสัยของหลาย ๆ คนเลยก็ว่าได้ พ.ร.บ. รถยนต์จะขาดได้สูงสุดกี่วัน ซึ่งจริง ๆ แล้วการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ประจำปี จะสามารถต่อล่วงหน้าได้สูงสุด 3 เดือนหรือ 90 วันก่อนจะหมดอายุเลยทีเดียว แต่หากใครที่ลืมต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ประจำปีจริง ๆ นั้น จะสามารถไปต่อได้ในทันที เนื่องจาก พ.ร.บ. รถยนต์จะสามารถขาดได้ไม่เกิน 1 ปีนั่นเอง โดยหาก พ.ร.บ. รถยนต์หมดไปแล้ว ภายในไม่เกิน 1 ปี เราจะสามารถทำเรื่องต่อภาษีได้เลยโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม แต่อาจจะโดยปรับในแง่ของภาษีรถนั่นเอง
ความเสี่ยงที่เจ้าของรถจะได้รับหาก พ.ร.บ. รถยนต์ขาด
โดยปกติแล้ว พ.ร.บ. รถยนต์จะมีอายุ 1 ปีด้วยกัน และเมื่อครบระยะเวลาแล้ว เราจะต้องทำเรื่องเพื่อต่อ พ.ร.บ. เพื่อให้ความคุ้มครองดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แต่หากรถคันไหนที่ พ.ร.บ. ขาดโดยไม่ไปต่อ เจ้าของรถจะต้องรับความเสี่ยง ดังนี้
- หากเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การขับรถชนเสาไฟฟ้า ขับรถชนโดยไม่มีคู่กรณี หรือการขับรถชนท้าย จะไม่ได้รับการคุ้มครองจาก พ.ร.บ รถยนต์แต่อย่างใด
- หาก พ.ร.บ. รถยนต์ขาดแล้วโดนรถคันอื่น ๆ ชนจนได้รับการบาดเจ็บ หรือรถได้รับความเสียหาย จะไม่ได้รับการคุ้มครองจาก พ.ร.บ. รถยนต์ แต่จะสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากฝ่ายผิดได้ ทั้งนี้ในระหว่างการซ่อมรถยนต์เราจะต้องออกค่าใช้จ่ายเองไปก่อน
- ตามกฎหมายจราจรทางบก จะมีโทษปรับตามกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท หากฝ่าฝืนขับรถโดยไม่มี พ.ร.บ. รถยนต์ หรือไม่ได้ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์
- หากรถยนต์ไม่มี พ.ร.บ. หรือไม่ได้ต่อ พ.ร.บ. จะไม่สามารถต่อภาษีได้ และเมื่อต่อภาษีรถยนต์ก็จะไม่ได้รับป้ายวงกลมนั่นเอง หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะมีโทษปรับ 400-1,000 บาท
ดังนั้นการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์จะถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยลดความเสี่ยงในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งในเรื่องการเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งในเรื่องของกฎหมายจราจรทางบกด้วยเช่นกัน ดังนั้นทุกคนจำเป็นต้องต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ในทุก ๆ ปี เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั่นเอง
